ดิบ เถื่อน ไร้ความปราณี
เรียกได้ว่าฮือฮาตั้งแต่ปล่อยตัวอย่างครั้งแรก โดยเฉพาะฉาก "รัวปืนสั้น" ของ "เบเนซิโอ เดลโทโร"
ที่ตอกย้ำฝีมือของ "Sicario" หรือ "นักฆ่า" ได้เป็นอย่างดี
และที่สำคัญภาคนี้ยังคงยิงแบบไม่ยั้ง ไม่กลัวเจ็บ และไม่กลัวเปลืองแต่อย่างใด
บอกได้คำเดียวว่า "Adios" (ภาษาสเปน แปลว่า ลาก่อน)
อำนวยทุกความโหด โดยกองทัพสหรัฐฯ
ยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่เราเห็นในเรื่อง เป็นของจริงที่ทางกองทัพสหรัฐฯ ส่งมาให้ทีมงานใช้ในการถ่ายทำ
ทั้งเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก, รถถังฮัมวี, ปืนกล, เสื้อกันกระสุน, กล้องสอดแนม และกล้องจับความร้อน
ถ่ายทอดงานภาพ โดยผู้กำกับภาพมือรางวัล "ดาริอุส วอลสกี้"
ฝีมือถ่ายภาพที่ทั้งงดงาม สร้างสรรค์ และช็อคผู้ชม เป็นฝีมือของ "ดาริอุส วอลสกี้" (Dariusz Wolski)
ผู้กำกับภาพระดับหัวแถวจากภาพยนตร์เรื่องดังอย่าง "The Martian" (2015), "Prometheus" (2012)
และ "Pirates of the Caribbean" (2003)
เดือดจริง ถึงใจ แทบไม่ต้องพึ่ง CG
ถึงแม้ว่าวิวัฒนาการของ CG จะก้าวหน้าไปไกลแค่ไหน แต่ "ของจริง" ยังไงก็ถึงใจและตระการตากว่า
ไม่ว่าจะระเบิด กระสุน เรียกได้ว่าสนั่นหวั่นไหวแบบแทบไม่พึ่ง CG ใดๆ ในฉากแอคชั่นเลย
น้ำตานักฆ่าจาก "จอช โบรลิน"
ใครจะคิดว่า "ธานอส" ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง "จอช โบรลิน" จะมาเสียน้ำตาให้กับสาวน้อยดอรา "อิซาเบลา โมเนอร์"
โดยเธอเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า มีซีนหนึ่งที่เธอต้องนั่งเฮลิคอปเตอร์กับโบรลิน
เธอแสดงอารมณ์ตามสถานการณ์โดยไม่ได้พูดคำใดออกมา
แต่เขากลับน้ำตาไหลด้วยอินเนอร์ของตัวละครที่นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่อง
นับว่าเป็นอีกสุดยอดประสบการณ์ที่เธอได้รับจากเรื่องนี้