"เฟลิซิตี้ โจนส์" จบการศึกษาในสาขาภาษาอังกฤษจาก "Wadham College ของ University of Oxford" ซึ่งโจนส์บอกเสมอว่า "จะมีที่ไหนที่เหมือนอ็อกซ์ฟอร์ดได้อีก เป็นที่ๆ ทำให้สามารถเรียนไปพร้อมๆ กับการแสดงละครเวที และฉันก็ได้พบเพื่อนรักของฉันที่นั่น ฉันคิดว่าฉันโชคดีที่สุดที่ได้เรียนที่นี่" เธอฉายแววการเป็นนักแสดงมาตั้งแต่การร่วมแสดงละครเวทีของมหาวิทยาลัยหลายเรื่อง เช่น "Attis และ Shakespeare’s The Comedy of Errors"
จากผลงานสุดท็อปฟอร์มในปี 2014 อย่าง "The Theory of Everything" ในบท "เจน ฮอว์กิ้ง" ที่แสดงร่วมกับ "เอ็ดดี้ เรดเมย์น" ทำให้เธอได้เสนอชื่อเข้าชิงจากหลากเวที เช่น ออสการ์, ลูกโลกทองคำ, BAFTA, SAG Awards อีกทั้งเธอยังเคยคว้ารางวัลจากเวที Gotham Awards, Hollywood Film Awards, National Board of Review ในสาขาการแสดงจากการโชว์ฝีมือในหนัง "Like Crazy" มาแล้ว
โจนส์เริ่มต้นแสดงบทที่สำคัญจากเรื่อง "The Worst Witch" และ "Like Crazy" จนนำมาสู่เรื่องในตำนานอย่าง "Rogue One : A Star Wars Story" ที่ทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงที่ค่าตัวสูงถึง 7 หลัก และมากที่สุดในเรื่องอีกด้วย คนใกล้ชิดเธอกล่าวว่า "เธอเป็นผู้หญิงที่ทรงพลังคนหนึ่งที่รู้ว่าคุณค่าในตัวเธอมีมากแค่ไหน และเธอสามารถสร้างสิ่งดีๆ ให้วงการภาพยนตร์ได้ นี่แหละที่ทำให้เรารักเธอมากเช่นกัน"
ความแกร่งครั้งนี้มาพร้อมกับบทบาทที่โลกต้องจารึก ผ่านการถ่ายทอดเส้นทางชีวิตอันน่าทึ่งของ "รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก" ที่ต้องต่อสู้เพื่อความยุติธรรมพร้อมไปกับการสู้เพื่อศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงในสังคมที่เต็มไปด้วยอำนาจของผู้ชาย ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งตุลาการศาลสูงสุดหญิงของสหรัฐฯ
ซึ่งเฟลิซิตี้ได้ย้ำความแกร่งนี้ว่า "ฉันมองหาบทที่ดีแบบนี้มานานแล้ว ตัวละครหญิงทุ่มเทให้กับสิ่งที่เธอเชื่อ ในเวลาเดียวกับที่เธอต้องจัดการชีวิตของตัวเอง ซึ่งฉันโชคดีมากที่ได้พบกับผู้พิพากษากินส์เบิร์กที่อพาร์ตเมนต์ของเธอในวอชิงตัน มันเหมือนเป็นการเปิดโลกให้ฉันเลย สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือผู้หญิงคนนี้ดูแลทุกอย่างดีมากๆ และสิ่งสำคัญที่สุดที่ฉันได้จากรูธคือการได้สัมผัสกับวีรสตรีนักปฏิรูปตัวจริงที่ไม่เคยสูงเสียไฟในตัวไป"
ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงสร้างซูเปอร์ฮีโร่ของโลกปัจจุบัน "On the Basis of Sex สตรีพลิกโลก" 24 มกราคมนี้ ในโรงภาพยนตร์