
หนึ่งในฉากแอ็กชันระดับมาสเตอร์พีซของ "ขุนพันธ์ 3" ที่ถูกจับตามองและตั้งตาคอยมากที่สุดของนักแสดงและทีมงานมาตั้งแต่ไอเดียเริ่มแรกของบทภาพยนตร์ นั่นก็คือ "ฉากดวลเดือดสาดคาถาปะทะอาคม" ของตัวละคร "ขุนพันธ์" (อนันดา เอเวอริงแฮม) กับ "เสือดำ" (โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์) คู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขาม โหดเหี้ยม และดุดันที่สุด งานนี้ผู้กำกับ "ก้องเกียรติ โขมศิริ" ผนึกไอเดียแท็กทีมกับ "ท็อป-วีระพล ภูมาตย์ฝน" ผู้ออกแบบและกำกับฉากแอ็กชันในตำนานให้กับภาพยนตร์ไทยระดับโลก อาทิ "ช็อคโกแลต" (2551), "ต้มยำกุ้ง 2" (2556) รวมถึงทุกแอ็กชันดีไซน์ของ "จักรวาลขุนพันธ์" ตั้งแต่ภาคแรก โดยครั้งนี้ขอทิ้งทวนจัดเต็มที่สุดแห่งความเดือดคลั่งออกมาเป็นฉากเรียลแอ็กชันโคตรหนักหน่วง สมจริง และดุดันที่สุดให้สมกับภาพยนตร์แอ็กชันแห่งทศวรรษเรื่องนี้
"ฉากนี้จะเป็นการต่อสู้ระหว่าง 'เสือดำ' กับ 'ขุนพันธ์' ที่จริงจังที่สุดในเรื่อง มันเป็นการดวลกันแบบลูกผู้ชายจริงๆ กลางชุมโจรครับ เราจะได้เห็นเสือดำและขุนพันธ์สู้กันในแบบที่ทั้งใช้และไม่ใช้เวทมนตร์ เป็นการดวลกันในทุกรูปแบบจริงมีทั้งปืน มีด ดาบ ไม้ตะพด เราก็ดีไซน์ฉากต่อสู้นี้ให้มันน่าดูยิ่งๆ ขึ้นไปอีก" วีระพลเล่าถึงความตั้งใจของการดีไซน์ฉากแอ็กชันเรื่องนีั้
"ทันทีที่สั่งแอ็กชัน ไม่มีใครเป็น 'โตโน่' ไม่มีใครเป็น 'อนันดา' แล้วครับ พวกเขากลายเป็นตัวละครอัดใส่กันแบบไม่ยั้ง 'เสือดำ' ปล่อยพลังแห่งความเคียดแค้นเกลียดชังออกมาเต็มที่ ขณะที่ 'ขุนพันธ์' ก็ต้องต่อสู้เต็มที่ นอกจากแอ็กชันแล้วฉากนี้ยังมีดราม่าสำคัญที่ซ่อนอยู่ ซึ่งทำให้ขุนพันธ์เข้าใจความเกลียดชังของเสือดำว่าทำไมเสือดำถึงเกลียดตำรวจขนาดนี้ เป็นฉากที่เหนื่อยกันทุกคนครับ ทำงานเสร็จก็หมดสภาพกันเลย เพราะต้องใช้พลังกันเยอะมากครับ"
"อาวุธประจำตัวของ 'เสือดำ' จะมีปืนลูกซองสั้นเหน็บไว้ และมีปืนสั้นอีกคู่หนึ่ง 'ขุนพันธ์' จะมีปืนประจำตัวหนึ่งกระบอก มันจะเกิดการต่อสู้กันจากการใช้ปืน ดวลกัน รวมไปถึงการต่อสู้เชือดเฉือน และดวลกันด้วยอาคม อย่างที่เรารู้กันว่าเสือดำใช้ฝุ่นเสกสลายกระสุน ส่วนขุนพันธ์มีมนตร์หายตัว รวมไปถึงการนำเอาไม้ตะพดมาเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้ มันก็เลยกลายเป็นฉากต่อสู้สนุกสุดมันส์ที่ต้องไปดูกันในหนังให้เห็นกับตาครับ"
"มันเป็นการดวลกันทั้งแบบใช้อาคมกับไม่ใช้อาคมครับ ตอนแรกเราตั้งเป้าว่าจะถ่ายกันทั้งคืน แต่พอถ่ายจริงสองคืนเลยครับ เพราะว่ามันค่อนข้างละเอียด และคิวแอ็กชันค่อนข้างเยอะ ทั้งตัวผมและ 'พี่จ่อย' (อนันดา) ก็เล่นเอง เราก็งัดทุกอย่างที่มีใส่เข้าไปในซีนนั้น ถ้าพวกเราไม่เตรียมตัวมามันก็คงทำไม่ได้ การยิงปืนลูกซองสั้น หรือการรับแอ็กชันที่เราทั้งสองคนเล่นกันเอง มันพลาดไม่ได้ ถ้าพลาดเจ็บขึ้นมาก็ยาวแน่ ดังนั้นนอกจากเราจะต้องเป็นตัวละครแล้ว ยังต้องมีสติในการที่จะต้องจำคิว มันก็เลยเป็นซีนที่ทั้งใช้ความรู้สึกและใช้สมาธิสูง แต่ก็สนุกอยู่ดีครับ ถึงแม้ว่ามันจะใช้เวลาถ่ายทำนานและเหนื่อย แต่เรารู้ว่างานละเอียดและ 'พี่โขม' ก็ไม่ปล่อยผ่านด้วย รวมถึงพี่จ่อยเขาก็ช่วยออกความเห็นในการแอ็กชันเป็น 'ขุนพันธ์' ของเขา และตัวเราเองก็ทำหน้าที่ในการเป็น 'เสือดำ' ดังนั้นพอมาชนกัน มันก็ไม่รู้จะไปหาดูที่ไหนได้อีกแล้วครับ" โตโน่เผย
"จริงๆ ผมว่ามันเป็นเรื่องของความแรงมากกว่า เพราะตัวไฮไลต์ของฉากนี้มันเป็นเรื่องของการตีเข่าพร้อมกัน ต่อยพร้อมกัน มีการจับไม้ตะพดด้วยกัน แล้วไม่ยอมปล่อยทั้งคู่ แล้วสุดท้ายก็เห็นว่าสองคนนี้มันจะเข้าใส่พร้อมๆ กัน มันก็มีหลายดอกที่หวิดกันไปนิดๆ หน่อยๆ พอมาอินเสิร์ต 'โตโน่' เขาก็โดน เขาก็มีความรู้สึกแบบเอาให้โดนเลย ผมเองก็ถ้าอยากโดนก็ยินดีครับ ในทางกลับกันเรากล้าจะโดนก็ต้องโดน มีหลายอันที่ไม้ตะพดไปตีขาเขาแล้วไม้หักเลย ตีครั้งแรกเขาบอกว่ามันยังดูค่อยไป เราก็เอาไงดีโตโน่ เขาก็เอาเลยพี่จ่อยใส่เลย เราก็ใส่จนไม้ตะพดตีขาหักเลย ไม่ใช่ขาหักนะ ไม้ตะพดหัก แต่อยากให้ไปดูกันว่าในฉากแอ็กชันฉากนี้มันมีอะไรบางอย่างที่ถูกเล่าเข้าไปในฉากนี้ด้วย"
เรียกได้ว่าทีมงานเบื้องหน้าและเบื้องหลังทุ่มสุดตัวเพื่อตอบแทนคนดูที่เฝ้าติดตามและรักภาพยนตร์ "ขุนพันธ์" มาตลอด 10 ปี งานนี้ห้ามพลาด! เตรียมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ "ขุนพันธ์ 3" ภาพยนตร์แอ็กชันฮีโร่ไทยสุดยิ่งใหญ่แห่งปีพร้อมกัน พุธที่ 1 มีนาคมนี้ จับตายทุกเสือร้ายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ